Spread the love

บางบุคคลถนัดเรียนพิเศษ บางบุคคลถนัดฝึกฝนแชทกับฝรั่งจริงๆหรือบางบุคคลถนัดเรียนจากสื่อเพลิดเพลินต่างๆอย่าง พี่พิซซ่า เองเป็นคอหนังมองซีรี่ส์มาตั้งแต่เด็กแล้ว 

ภาพยนตร์ก็เลยเป็นสื่อหลักที่ทำให้พี่ซึมภาษาอังกฤษมาได้เยอะแยะกว่าทางอื่น วันนี้พี่เลยจะมาแบ่งปันวิธีการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูภาพยนตร์หรือซีรี่ส์จ้ะ




1. เลือกหนังที่พวกเราพอใจและก็ต้องการมองจริงๆ
หากเลือกหนังที่มีเรื่องราวผิดจิตใจพวกเรา ในใจพวกเราก็จะไม่ค่อยต้องการมองละ รวมทั้งจะไม่ได้อะไรเลย ได้แก่ พี่เป็นคนกลัวผีมากมาย หากพี่เลือกหนังผีมาเพื่อฝึกฝนภาษาก็คงจะมิได้ผลดีแน่ๆด้วยเหตุว่าพี่อาจปิดหน้าปิดตาตนเองทั้งยังเรื่อง นอกเหนือจากนั้นก็อย่างกอยากฟังบทสนทนาไม่น้อยเลยทีเดียวโดยการเลือกดูหนังดราม่าหนักๆที่ผู้แสดงคุยกันยาวเป็นหน้า (ถ้าเกิดไม่ใช่คนถูกใจแนวนี้) อันนี้พี่พบมาพร้อมกับตัวเลยคะ

เนื่องจากหนังสายนี้ไม่ใช่สไตล์พี่ แต่ว่าด้วยความตระหนี่ถี่เหนียว คิดไปว่าถ้าหากเลือกหัวข้อนี้จะได้คำศัพท์เยอะแยะกว่าหนังสไตล์ที่ตนเองถูกใจแน่นอนหาใช่เช่นนั้นไม่พี่มัวแต่นั่งเหม่อลอยเสียเวล่ำเวลาเล่นๆไปแทน ด้วยเหตุนี้การเลือกหนังหรือซีรีส์ที่จะมองก็เลยเป็นสิ่งสำคัญมากมายจริงๆ

ตอนเด็กๆส่วนใหญ่พี่ก็มองแต่ว่าหนังเด็กจ้ะ เรื่องราวจะไม่หนัก ภาษาที่ใช้ในบทสนทนาค่อนข้างจะเข้าใจง่าย รูปประโยคไม่สลับซับซ้อน พวกการ์ตูนตอนสั้นๆก็ใช้ได้เช่นกัน (เอาที่มีบทสำหรับพูดนะ ไม่ใช่แบบทอมกับพบร์ปรี่ที่ไม่กล่าวกันเลย) พอเพียงเริ่มใช้ภาษาอังกฤษเข้าใจก็ค่อยดูหนังแฟนตาซีที่ไม่เด็กมากสักเท่าไรนัก อันนี้เป็นแถวที่พี่ถูกใจนะคะ น้องๆถูกใจแนวไหนก็เลือกมองแนวที่ตนเองถูกใจเลยจ๊ะ ถึงแนวที่ตนเองถูกใจบทสนทนาบางทีอาจไม่มากมายหรือเปล่ายาก แม้กระนั้นก็ดีแล้วกว่าบีบคั้นตนเองโดยการเลือกแนวที่เกลียดแน่นอนนี่ไม่ใช่วิชาที่คุณครูบังคับให้ดูหนังแล้วเขียนรายงานส่ง ด้วยเหตุนี้เลือกที่ตนเองถูกใจเหมาะสมที่สุด

2. เลือกระดับภาษาอังกฤษที่ใช้ในเรื่องให้เหมาะสมกับตนเอง
โชคดีมากมายที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคแรกฉายตอนพี่อยู่โดยประมาณมัธยม1 ภาคนั้นบทสนทนาไม่สลับซับซ้อนแถมพี่อ่านหนังสือมาด้วยแล้ว ทำให้เป็นหนังที่พี่เปิดมองเกือบจะทุกวี่ทุกวันจนถึงที่บ้านดุเลย 555 เนื่องจากว่าคนอื่นๆก็ต้องการมองอันอื่นบ้าง สำหรับพี่ในขณะนั้นแฮร์รี่ใช้ภาษาพอๆกับที่พี่เพียงพอเข้าใจเลยจ๊ะ 

ทำให้พี่รู้เรื่องได้ง่าย เริ่มเข้าใจตามได้ง่ายก็จะรู้สึกบันเทิงใจ พี่มองจนถึงกล่าวบทได้ทั้งยังเรื่อง จำคิวได้เลยว่าคนใดกันแน่บอกอะไรตอนไหน แถมเพียรพยายามเอาอย่างสำเนียงบริติชของแต่ละนักแสดงในเรื่องด้วย ขนาดเดี๋ยวนี้พี่ใช้ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน แม้กระนั้นถ้าหากบอกกลุ่มคำไหนที่มีในแฮร์รี่ภาคแรกพี่ยังกล่าวเป็นสำเนียงบริติชเลย มันฝังลงไปแล้วจริงๆ555

ส่วนข้อบกพร่องของการเลือกดูเรื่องที่ภาษาอังกฤษยากเกินระดับพวกเราเป็น มันจะมีผลให้พวกเราไม่รู้เรื่องเท่าใดจ้ะ รู้สึกตามไม่ค่อยทันแล้วบางทีอาจอิดโรยขึ้นมาได้ ความจริงเป็นพวกเราสามารถเลือกระดับที่สูงกว่าความรู้ความเข้าใจทางภาษาของพวกเราได้ในระดับนึงนะคะ เพื่อพวกเราจะได้ศึกษาและก็ได้ปรับปรุงตนเองให้เก่งขึ้น แม้กระนั้นถ้าเกิดมันห่างกันเกินความจำเป็นก็จะไม่ให้ผลดีเท่ามองเรื่องที่ภาษาใกล้เคียงกับพวกเราจ้ะ ดังเช่นว่าระดับภาษาพวกเราอยู่ราวๆเพียงพอรู้หนังสือถามได้ว่าสบายดีมั้ย แต่ว่าจะไปเลือกเรื่องซึ่งมีก็แต่รูปประโยครวมทั้งคำศัพท์ยากจนข้นแค้นขนาดเปิดซับไทยอ่านยังอ่านไม่รู้เรื่องก็ไม่ไหวนะ เผลอๆจะนั่งเอ๋ออีกทั้งเรื่องแทนจ้ะ



3. เลือกเรื่องที่ใช้ภาษาถูกรวมทั้งตามช่วง
หากเป็นภาพยนตร์สร้างตามบทละครเชคสเปียร์ เว้นแต่ภาษาจะยากแล้ว ยังคงใช้ภาษาอังกฤษแบบเก่าที่คนยุคนี้ไม่บอกกันแล้วด้วย ถ้าเกิดเอามากล่าวใช้จริงก็จะให้ความรู้ความเข้าใจสึกราวกับพวกเรากล่าวกันด้วยภาษายุคกรุงศรีอยุธยาจ้ะ คงจะทำคนอื่นๆสับสนไปตามๆกัน สำหรับผู้ที่กำลังฝึกหัดภาษาแรกๆก็ไม่สมควรใช้เรื่องแบบงี้เพื่อฝึกฝนนะคะ แต่ว่ามองเพื่อความบันเทิงได้ แต่ว่าหากเป็นผู้ที่ภาษาเยี่ยมแล้ว จะจำมาใช้บ้างเพื่อเป็นเสน่ห์ก็ได้จ้ะ

อีกแนวที่ต้องระมัดระวังเป็นภาพยนตร์แนวฮิพฮ็อพหรือใกล้เคียง ด้วยเหตุว่าภาษาฮิพฮ็อพจะแหกกฎเอ็งรมมาร์ไปเยอะแยะอยู่ จริงอยู่ที่มีคนต่างชาติใช้จริงอยู่บ้าง แต่ว่าเอาไว้ฝึกหัดขณะที่พวกเรารู้เรื่องมึงรมมาร์จริงๆก่อนแล้วจะดียิ่งกว่าจ้ะ แถมคนประเทศอื่นที่ใช้ก็เป็นเพียงแค่คนอเมริกันส่วนใดส่วนหนึ่งแค่นั้น มิได้เป็นภาษากลางจ้ะ (ภาษาพูดกับภาษาที่ไม่ถูกเอ็งรมมาร์ไปเลยแตกต่างกันนะคะ ภาษาพูดอย่างเช่น gotta, wanna แต่ว่าภาษาไม่ถูกมึงรมมาร์อาทิเช่น I don’t know nobody here.)